new2006
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็นใน Webboard
1.ทุกความคิดเห็นจะถูกส่งขึ้นระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อการแลกเปลี่ยนโดยอิสระ


2.โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ


3.ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้


4.ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น


แก้ไขวันที่ 23/03/2552
การแข่งขันบาสเกตบอลคลองเตยคัพ 2553 ที่สโมสร การไฟฟ้านครหลวงคลองเตย
คลิ๊กเพื่อดูขนาดจริง กลับมาอีกครั้งกับการแข่งขันบาสเกตบอลคลองเตยคัพ 2553 ที่สโมสร การไฟฟ้านครหลวงคลองเตย

ปีนี้มีทีมเข้าแข่งขันทั้งสิ้น 12 ทีม ประกอบด้วย

สาย A 1. บ.วิทยุการบิน
...2. วัดดอกไม้
3. สวนเบญจน์
4. รอยเตอร์
5. การบินไทย
6. True Basketball

สาย B 1. การไฟฟ้านคนหลวงคลองเตย
2. Exxon Mobil
3. True Sport
4. เซ็นต์หลุยส์
5. คลองเตย
6. รฟม.

การแข่งขันรอบแรก จะแข่งแบบพบกันหมดในสาย ทีมที่มีคะแนเป็นที่ 1 และที่ 2
เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศต่อไป

ทีมชนะได้ 3 คะแนน เสมอได้ 2 คะแนน แพ้ได้ 1 คะแนน
การแข่งขันใช้ระบบ 4 ควอเตอร์ๆละ 12 นาที ไม่หยุดเวลา พักควอเตอร์ละ 1 นาที
พักครึ่งแรก 5 นาที ขอเวลานอกได้ ควอเตอร์ละ 1 นาทีต่อทีม

หมายเหตุ : นักกีฬาระดับถ้วย ก./ข. ต้องหยุดเล่นมาแล้วอย่างน้อย 5 ปีและนักกีฬาทีมชาติ
อายุไม่เกิน 45 ปี สามารถลงสนามได้ครั้งละ 1 คน
ส่งรายชื่อได้ทีมละ 15 คน

ต่อไปจะแจ้งโปรแกรมการแข้งขันให้ทราบนะครับ

สาย A True Basketball

อังคารที่ 31/8/2553 คู่ที่ 3 เวลา 20.00-21.00 การบินไทย : True Basketball

ศุกร์ที่ 10/9/2553 คู่ที่ 2 เวลา 19.00-20.00 True Basketball : รอยเตอร์

อังคารที่ 21/9/2553 คู่ที่ 2 เวลา 19.00-20.00 True Basketball : วัดดอกไม้

อังคารที่ 28/9/2553 คู่ที่ 2 เวลา 19.00-20.0 บ.วิทยุการบิน : True Basketball

ศุกร์ที่ 1/10/2553 คู่ที่ 3 เวลา 20.00-21.00 สวนเบญจน์ : True Basketball

สาย B True Sport

ศุกร์ที่ 3/9/2553 คู่ที่ 2 เวลา 19.00-20.00 True Sport : เซ็นต์หลุยส์

ศุกร์ที่ 10/9/2553 คู่ที่ 1 เวลา 18.00-19.00 Exxon Mobil : True Sport

อังคารที่ 14/9/2553 คู่ที่ 3 เวลา 20.00-21.00 คลองเตย : True Sport

อังคารที่ 21/9/2553 คู่ที่ 3 เวลา 20.00-21.00 กฟน. : True Sport

อังคารที่ 28/9/2553 คู่ที่ 3 เวลา 19.00-20.0 True Sport
: รฟม.

แก้ไขวันที่ 02/09/2553
PANTIP.COM BASKETBALL TOURNAMENT ครั้งที่ 1
คลิ๊กเพื่อดูขนาดจริง
ตารางออกมาแล้วนะครับ ตอนนี้เรามีทีมที่เข้าร่วมทั้งหมด 19 ทีม แบ่งเป็น 4 สาย
สายละ 5 ทีม จะมี 1 สายที่มี 4 ทีม นั่นคือสาย B นะครับ

เพราะฉะนั้น โปรแกรมการแข่งขันของสาย B จะสั้นกว่าของสายอื่น ๆ ต้องขออภัยด้วย

การแบ่งสาย ต้องขอขอบคุณคุณ JzBoyd ด้วยครับที่ช่วยแบ่งสายมาให้
เพราะผมเองก็งง ๆ กับ โซนในกรุงเทพเหมือนกัน อีกทั้งยังช่วยเสนอวิธีจัดตารางมาให้อีก
ก็ต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

การแข่งขันจะเริ่มขึ้นในวันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2553 นะครับ รอบแรก จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง
นั่นคือ 10 อาทิตย์ สาย B 6 อาทิตย์


ตารางการแข่งขันที่ออกมา ทุกทีม สามารถโทรไปตกลงกันเอาเองได้ครับ
เผื่อเกิดปัญหาในวัน และ เวลาการแข่งขันขึ้นมา เช่น สมมุติ อาทิตย์นี้ ผมต้องแข่งกับ สวทช.
โดยมีผมเป็นเจ้าบ้าน แต่บังเอิญ ผมไม่ว่างในวันที่โปรแกรมกำหนด ผมสามารถโทรไปหา สวทช.
แล้วเลื่อนวันได้ ถ้าหากว่า สวทช. เห็นชอบด้วย เวลาก็ตกลงกันเอาเอง
แต่ขอให้เป็นภายในอาทิตย์นั้น ๆ นะครับ






















แก้ไขวันที่ 02/09/2553
Sports News


แก้ไขวันที่ 23/03/2552
ไทยลีกออนไลน์ สังคมฟุตบอล..เพื่อความบันเทิง
คลิ๊กเพื่อดูขนาดจริง ไทยลีกออนไลน์ สังคมฟุตบอล..เพื่อความบันเทิง

แก้ไขวันที่ 11/06/2553
News Forum II


แก้ไขวันที่ 23/03/2552
การอบอุ่นร่างกาย ก่อนการเล่นกีฬา
การอบอุ่นร่างกาย หรือคำว่า "วอร์ม อัพ " ในภาษาอังกฤษ เป็นคำที่ทุกท่านอาจจะคุ้นเคย ถ้าหากท่านเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเป็นประจำ สำหรับท่านที่ดูกีฬาทางทีวี ท่านอาจจะได้ยินผู้บรรยาย พูดว่า "ผู้เล่นกำลังวอร์มอยู่ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น"

การอบอุ่นร่างกาย จะทำให้กล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อต่างๆ ตลอดจนหัวใจ และปอด ได้รับสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่า อีกสักครู่จะต้องทำงานมากขึ้น การอบอุ่นร่างกายจะประกอบไปด้วยการยืดกล้ามเนื้อ และเอ็นของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ ประมาณ 5-10 นาที ซึ่งขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของสถานที่ที่จะออกกำลังกายด้วย ถ้าอากาศเย็นอาจต้องเพิ่มเวลา การอบอุ่นร่างกาย เพราะจะทำให้เลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อต่างๆ มากขึ้น กีฬาแต่ละประเภทจะมีวิธีการอบอุ่นร่างกายไม่เหมือนกัน แต่หลักการก็คือ ต้องการให้กล้ามเนื้อและเอ็นต่างๆ ได้ถูกยืดออกให้เต็มที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะออกกำลังกายจริง เพราะเวลาออกกำลังกายจริง การเคลื่อนไหวของร่างกายตามลักษณะกีฬาและวิธีออกกำลังกายที่ท่านจะเล่นต่อไป จะต้องอาศัยการยืด หรือการหดตัวของกล้ามเนื้ออย่างเต็มที่ ถ้าหากไม่ได้ยืดเอาไว้ก่อน กล้ามเนื้อหรือเอ็นอาจได้รับบาดเจ็บ ในบางรายอาจฉีกขาดได้

กล่าวโดยสรุป ประโยชน์ในการอบอุ่นร่างกาย มีดังนี้ คือ

1.เป็นการเตรียมกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อต่างๆ ให้พร้อมที่จะออกกำลังกายต่อไป ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งในด้านประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ และในด้านป้องกันการบาดเจ็บจากกีฬา เช่น กล้ามเนื้อฉีกหรือข้อแพลง เป็นต้น
2.ทำให้การประสานงานระหว่างกล้ามเนื้อและประสาทดีขึ้นในขณะออกกำลังกาย
3.ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิต ของหัวใจ และ ระบบการหายใจ ค่อยๆ ทำงานมากขึ้นทีละน้อยก่อนที่จะออกกำลังกายจริง


แก้ไขวันที่ 29/08/2551
การประคบเย็น / การประคบร้อน
คลิ๊กเพื่อดูขนาดจริง การบาดเจ็บจากการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬา อาจมีได้ตั้งแต่ การหกล้มแล้วเกิดฟกช้ำของร่างกายส่วนต่างๆ ข้อเท้าแพลง กล้ามเนื้อฉีกขาด หรือปะทะกันจนเอ็นยืดหรือฉีกขาด หรือ ข้อเข่าบวมมีเลือดออก เป็นต้น คนทั่วไปนิยมที่จะให้การรักษาเบื้องต้นด้วยการใช้ยาหม่อง หรือครีมที่เมื่อนวดทาไปแล้วเกิดความร้อน และบีบนวดส่วนที่บวมหรือปวดภายหลังที่ได้รับการบาดเจ็บ ซึ่งเราขอแนะนำให้ใช้เป็นความเย็นแทนในเบื้องต้น โดยอาศัยหลักการดังต่อไปนี้

เมื่อมีการบาดเจ็บและเกิดการบวมขึ้น เพราะเส้นเลือดของส่วนที่ได้รับบาดเจ็บมีการฉีกขาด เลือดออกมาตรงตำแหน่งนั้น การใช้ความเย็นร่วมกับการออกแรงกดส่วนที่บวมนั้น ความเย็นจะไปช่วยทำให้เส้นเลือดหดตัว จะช่วยทำให้เลือดออกน้อยลง ดังนั้นอาการบวมก็จะน้อยลง การดูดซึมกลับของร่างกายเพื่อให้ยุบบวม ก็จะใช้เวลาน้อยลง ซึ่งตรงกันข้ามกับการใช้ความร้อน หรือ สิ่งที่นวดแล้วเกิดความร้อนในเบื้องต้น จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว รวมทั้งไปนวดคลึงตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ จะยิ่งทำให้เลือดออกและบวมมากขึ้น การดูดซึมกลับก็จะใช้เวลานานขึ้น

ประคบเย็น = ให้ประคบเย็นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทันทีที่ได้รับความบาดเจ็บภายใน 24 ช.ม. บางคนจำสับสน ว่าประคบร้อนบ้างประคบเย็นบ้าง ก่อนที่จะทราบว่าร้อนหรือเย็นกันแน่ หลักการประคบร้อนและเย็นแตกต่างกันดังนี้ การประคบเย็น จะมีผลทำให้เลือดหมุนเวียนช้าลง ให้หยุดเลือดตกภายในนั้นให้ได้เร็ว เนื่องจากความบาดเจ็บภายใน (เช่นเส้นเอ็นหรือเนื้อเยื่อฉีกขาด มีการตกเลือดภายใน) นอกจากนี้ การประคบเย็นทำหน้าที่เหมือนให้ยาชาเฉพาะที่ ช่วยลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยคลายปวดเมื่อต้องเกร็งกล้ามเนื้ออยู่ในท่าเดียวเป็นเวลานาน ๆ

การประคบร้อน = ส่วนการประคบร้อนนั้นจะให้ผลที่ตรงกันข้าม ความร้อนจะทำให้ไปกระตุ้นเลือดหมุนเวียนที่ดีขึ้น ช่วยให้เกิดการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและเนื้อเยื่อผังผืดต่าง ๆ ซึ่งสถานการณ์เลือดที่ตกภายในหมดสิ้นไปแล้ว แต่เรากลับต้องการให้มีการกระตุ้นรักษาตนเอง (Healing) จากโปรตีนที่มากับเลือด การที่เลือดหมุนเวียนมาก ก็คือ การนำเอาสารประกอบที่สังเคราะห์จากอาหารโปรตีนที่กินเข้าไป เพื่อทำให้ส่วนที่บาดเจ็บดีเหมือนเก่า

กล่าวโดยสรุป การใช้ความเย็นประคบ จะใช้ภายใน 24-48 ชม. หลังได้รับการบาดเจ็บ ส่วนการใช้ความร้อนจะเริ่มใช้หลังจาก 48 ชั่วโมงไปแล้วนะคะ

วิธีประคบ
นำน้ำแข็งหรือcool/hot-pack มาประคบบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ ถ้าเย็นเกินไปให้ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าขนหนูเป็นฉนวนกันปะทะโดยตรง ทำให้ลดความเย็นยะเยือกจัดจนเกินไป นานราว 10 – 15 นาที แล้วสลับพัก ทำซ้ำ วันละ 3 – 4 ครั้ง โดยกระจายเวลาประคบให้ห่างกันออกไป 3 – 4 ช.ม.ครั้งหนึ่ง การประคบร้อนก็เป็นแบบเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนเป็นวัตถุร้อนเท่านั้น


แก้ไขวันที่ 29/05/2552
เดินเร็วห่างไกลโรค
แม้เป็นที่ทราบกันดีกว่า การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพแต่ก็มีบุคคลส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถออกกำลังกาย

การเดินจึงเป็นทางเลือกแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ เดินช้า เดินเร็ว และเดินแข่ง

เดินช้า คือ การเดินที่ยังร้องเพลงได้ เพราะผิวปาก ฮัมเพลงได้เพราะ หรือลากเสียงยาวๆ ได้ เช่น การเดินจงกรม เดินซื้อของ เดินเล่น

เดินเร็ว หมายถึง การเดินเร็วติดต่อกันนานกว่า 10 นาทีต่อครั้ง เกินครึ่งชั่วโมงต่อวัน อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ คนปกติร่างกายแข็งแรงดี ควรเดินด้วยความเร็วได้ประมาณ 400-700 เมตร ในเวลา 6 นาที หรือเดินเร็วจนร้องเพลงไม่ได้ เพราะผิวปาก ฮัมเพลง ลากเสียงยาวๆ ไม่ได้ ถ้าเดินแล้วยังร้องเพลงเพราะ ลากเสียงยาวๆ ได้ แสดงว่ายังเดินช้าอยู่ ถ้าเดินเร็วจนพูดไม่เป็นคำ ไม่รู้เรื่องแล้ว ก็เป็นการเดินแข่ง(เดินเร็วไป)

เดินแข่งเป็นกิจกรรมทางกายอย่างหนัก คือ เดินเร็วจนกระทั่งพูดไม่เป็นคำ คุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะหายใจหอบเหนื่อยมาก หายใจไม่ทัน สำหรับเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ทนทาน ยืดหยุ่นให้ร่างกายผู้ที่ต้องการเดินเพื่อป้องกันหรือรักษาโรคแห่งการพอกพูนสะสม การเดินเร็วก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเดินแข่ง วิ่ง เต้นแอโรบิคก็ได้

ประโยชน์ของการเดิน ทำให้ลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดหรือควบคุมน้ำหนัก ควบคุมระดับไขมัน คอเลสเตอรอลในเลือด และเพิ่มไขมันดี(แอชดีแอล) ในเลือด ช่วยป้องกันและรักษาโรคความดันสูง ช่วยป้องกันโรคกระดูกบาง กระดูกพรุน เพิ่มความแข็งแกร่งหรือทนทานของกล้างเนื้อ

นอกจากนี้ การเดินช่วยลดโอกาสเกิดโรคและช่วยรักษาโรคเบาหวาน ลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็ง และช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน เป็นต้น (บทความนี้ นายแพทย์วิโรจน์ เจียมจรัสรังษี ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านสร้างเสริมสุขภาพ เป็นผู้เขียน ฝ่ายจัดทำจดหมายข่าวเห็นว่า เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน จึงนำมาลงในจดหมายข่าว เพื่อให้สมาชิกลองนำไปปฏิบัติ)

แผนการเดินยังช่วยคลายเครียด ทำให้หลับสนิท ลดอาการซึมเศร้า ยิ่งถ้าเดินปรับทุกข์ เดินคุยกับเพื่อนที่รู้ใจ ช่วยให้คลายทุกข์ไปได้มาก ไม่ต้องพึ่งพาบุหรี่ สุรา บริโภควัตถุที่เป็นโทษหรือยาเสพติด เป็นต้น




ข้อมูลจาก ร.พ วิภาวดี


แก้ไขวันที่ 24/01/2552
วัว กับ นมถั่วเหลือง
"ที่เค้าว่านมถั่วเหลืองดีอย่างโน้นอย่างนี้ แถมราคาก็ถูกกว่านมวัว แล้วอย่างนี้เราจะหันมาดื่มนมถั่วเหลืองแทนนมวัวซะเลยจะดีไหม"
คำถามนี้เคยเกิดขึ้นในใจ คุณบ้างรึเปล่า? วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยที่ว่านี้กันให้ชัดๆ เลย

ในเรื่องของโปรตีน ถ้าทำน้ำถั่วเหลืองจากสูตร ถั่วเหลือง 1 ส่วนต่อน้ำ 8 ส่วน จะได้โปรตีนใกล้เคียงกับนมวัว คือ ดื่มนมถั่วเหลือง 1 แก้ว (200 มิลลิลิตร) จะ ได้โปรตีน ประมาณ 6 กรัม (นมวัว 1 แก้ว จะได้โปรตีนประมาณ 7 กรัม) แต่ คุณภาพ โปรตีนในนมวัวมีความสมบูรณ์ ของกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบของโปรตีนดีกว่า โปรตีนจากถั่วเหลือง ที่มาจากพืช แต่คุณภาพของโปตีนในนมถั่วเหลือง ก็สามารถ เสริมให้ดีขึ้นได้ ด้วยการ เติมเครื่องต่างๆ อย่างที่นิยมกัน เช่น ลูกเดือย สาคู ถั่วแดง ลงไป ได้ทั้งความอร่อยแถมคุณค่าของโปรตีนสมบูรณ์ขึ้น


พลังงานที่ได้จากนมวัวจะมีไขมันมากกว่านมถั่วเหลืองถึง 2 เท่า คือนม วัว 1 แก้วจะให้พลังงาน ประมาณ 170 แคลอรี่ ส่วนนมถั่วเหลืองจะให้เพียง 80 แคลอรี่ เท่านั้น แต่คนที่ดื่มนมถั่วเหลืองเติมน้ำตาลมาก จนมีรสหวานกว่านมสดรสหวาน ก็จะ ได้พลังงานทั้งหมดพอๆ กัน แม้ว่านมถั่วเหลืองจะให้แคลเซียม ที่น้อยกว่านมวัว แต่ให้ธาตุเหล็กและวิตามินบีหนึ่งที่มากกว่า


เราดื่มนมถั่วเหลืองทดแทนนมวัวไม่ได้ เพราะจะมีแคลเซียมน้อยกว่านมวัวอยู่มาก แต่หากมีการเสริมแคลเซียมลงในนมถั่วเหลือง ก็เท่ากับว่าเสริมคุณค่าทางโภชนาการ ให้สมบูรณ์มากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มนมถั่วเหลืองเป็นอาหารเสริมก็ควรดื่ม วันละ 1-2 แก้ว หากเป็นนมถั่วเหลืองธรรมดาที่ไม่ได้มีการเสริมแคลเซียม ขอแนะนำ ให้ดื่มนมวัวบ้างประมาณวันละ 1-2 แก้ว สำหรับผู้ใหญ่ หรือ 2-3 แก้วสำหรับเด็ก เช่นเดียวกับหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร เพื่อจะได้แคลเซียมอย่างเพียงพอกับความ ต้องการของร่างกายในสภาวะนั้นๆ



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี mcot.net

แก้ไขวันที่ 24/01/2552
ทำอย่างไรให้เลี้ยงบอลได้คล่อง
สิ่งแรกที่จะทำให้เราเลี้ยงบอลคล่องแคล่วว่องไว จนกระทั่งสามารถหลบหลีกการป้องกันของคู่แข่งขัน คือ "การจัดลักษณะท่าทางที่ถูกต้อง" ท่าทางที่ถูกต้องจะต้องอยู่ในท่าย่อตัว หรือถ้าจะพูดให้เกิดภาพที่ชัดเจนคือท่า "นั่งเก้าอี้" ถ้าถนัดมือขวาให้ใช้เท้าซ้ายอยู่เหนือเท้าขวา ช่องว่างระหว่างเท้ากว้างกว่าหัวไหล่ เท้าซ้ายคล่มบังบอลทำมุมประมาณ 45 องศา กับเท้าขวา (ทิศทางที่จะเลี้ยงไปถือว่าเป็นมุม 90 องศา กับลำตัวที่ยืนตรง เท้าซ่ายทำมุม 45 องศา กับด้านขวาของลำตัว) ในขณะที่หัวไหล่ทำมุมประมาณ 25 องศา ยกแขนซ่ายขึ้นในขณะที่เลี้ยงบอลช้าหรือขณะที่มีผู้ป้องกันจะเข้ามาแย่งบอล

เมื่ออยู่ในลักษณะท่าทางที่ถูกต้อง ผู้ป้องกันจะไม่สามารถแย่งบอลได้ ถ้าผู้ป้องกันเข้ามาทางด้านขวามือ ผู้เลี้ยงจะหมุนตัวกลับเปลี่ยนทิศทางไปด้านซ้ายมือ โดยเปลี่ยนเลี้ยงบอลด้วยมือซ้ายและยกมือขวาขึ้นมาบังด้านหน้าไว้

ฝึกการเปลี่ยนทิศทางการพาบอล เช่น เปลี่ยนจากขวาไปซ้ายด้านหน้า เปลี่ยนจากซ้ายไปขวาด้านหน้า เปลี่ยนโดยการหมุนตัว เปลี่ยนโดยารตวัดหลัง เปลี่ยนโดยลอดระหว่างขา

ฝึกเลี้ยงบอลทุกวันโดยการพยายามจับจังหวะการขึ้นลงของบอลให้มือควบคุมลูกบอลได้ตลอดเวลา เมื่อ ประมาทสั่งให้ทำอะไรมือก็ต้องทำได้เช่น ให้ไปซ้ายมือก็ต้องพาบอลไปด้านซ้าย เป็นต้น อย่าลืมนะครับการที่จะเลี้ยงบอลคล่องต้องฝึกตามวิธีการที่ถูกต้องทุกวัน

ขอขอบคุณเว็บ www.tpoint.cjb.net



แก้ไขวันที่ 03/09/2551
โยคะสำหรับสาวทำงาน
คลิ๊กเพื่อดูขนาดจริง หมดข้ออ้างเรื่องไม่มีเวลาฝึกโยคะ เมื่อผู้รู้ช่วยคุณปรับโยคะให้เข้ากับภาวะเร่งรีบและเคร่งเครียดได้อย่างไร้ข้อจำกัด ...


ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของสาวออฟฟิศคือ เวลาที่ไม่เพียงพอสำหรับไปฝึกโยคะที่สตูดิโอ ยิ่งประสบกับภาวะเคร่งเครียดในการทำงานด้วย แล้วล่ะก็ เป็นเหตุให้สุขภาพถดถอยและจิตใจหดหู่ได้ง่าย ทั้งนี้ ไฉนเลยจึงคิดแต่ว่า โยคะจะอยู่ที่สตูดิโอเท่านั้น เมื่อคุณฝึกที่บ้านเองได้ หรือแม้กระทั่งการบริหารร่างกายเล็กๆ น้อยๆ ในแบบโยคะที่โต๊ะทำงาน

ก่อนอื่น คุณควรจัดตารางชีวิตเสียใหม่ จัดการเรื่องความคิด จิตใจ ให้เป็นคนปล่อยวางเสียบ้าง สิ่งใดควรถือ สิ่งใดควรวาง เมื่อทำได้แล้ว เอาเวลาที่ว่างมาดูแลตัวเอง อาจเริ่มจากการไปซื้อหนังสือโยคะมาสักเล่ม เลือกที่ได้คุณภาพเขียนโดยครูผู้รู้จริงๆ แล้วฝึกตามหนังสือ อย่างไรก็ตาม การฝึกแบบนี้อาจเป็นปัญหาเรื่องการเรียบเรียงท่าอย่างแน่นอน

หลักการฝึกโยคะที่ถูกต้อง คือไม่ฝึกในท่าที่เป็นอิริยาบถเดียวต่อเนื่อง จะต้องมีท่าแก้ในทางตรงข้ามเสมอ เช่น เมื่อทำท่าก้มตัวไปด้านหน้า ก็ควรจะตามด้วยท่าแอ่นตัวไปด้านหลัง เพราะหลักของโยคะอาสนะเป็นการทำกายภาพบำบัด และเป็นการผ่อนคลาย จึงไม่ควรทำอะไรซ้ำๆ ในอิริยาบถเดียวนานๆ ต่อไปนี้ คือหลักการเรียบเรียงท่าด้วยตัวเองที่เหมาะสม กล่าวคือ

ควรเริ่มด้วยท่าศวาสนะ (Corpse Pose) เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อม หายใจอย่างช้าๆ นุ่มนวล และผ่อนคลาย
เริ่มฝึกด้วยท่าสุริยนมัสการเป็นท่าแรก เพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกาย
ตามด้วยท่าย่อยๆ ที่เป็นอิริยาบถต่างๆ ทว่าเป็นท่าก้มที่ตามด้วยท่าแอ่นเสมอ
ระหว่างท่า ควรพักด้วยท่าศวาสนะเสมอ เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อม
เมื่อฝึกครบ ควรปิดท้ายด้วยท่าศวาสนะอย่างน้อย 5 นาที หรือ 10 นาที
ใช้เวลาในการฝึกอย่างน้อยครั้งละ 45 นาที หรือ 1 ชั่วโมง
หายใจให้ถูกต้องระหว่างการเคลื่อนไหวร่างกาย
มีสติต่อการฝึก และทำอย่างช้าๆ นุ่มนวล
ไม่ควรฝึกขณะมีรอบเดือน
ควรฝึกในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเท สะอาด และสงบ
อย่างไรก็ตาม หากมีเวลาจำกัดเพียงเช้าละ 15 นาทีก่อนไปทำงาน ก็อย่าให้เสียเปล่า เป็นการดีกว่าที่จะจัดจัดการกับตนเองโดย ‘การฝึกฉบับย่อ’ เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นความผิดที่เราจะทำสุริยนมัสการท่าเดียว

ทั้งนี้คุณควรฝึกท่านี้อย่างถูกต้องตามแบบแผนที่กำหนดไว้ นั่นคือเคลื่อนไหวตัวอย่างช้าๆ หายใจเข้าออกสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีสติต่อการเคลื่อนไหวและต่อลมหายใจอย่างชัดเจน และทำท่าสุริยนมัสการให้ได้สัก 12 รอบก็เพียงพอ หรือคุณอาจเพิ่มรอบได้มากขึ้น เช่น 14, 16 หรือ 18 รอบ สุดแล้วแต่กำลังและเวลา แต่อย่าหักโหม เมื่อร่างกายให้สัญญาณเตือนว่าหมดแรง ก็ให้นอนพักทันทีด้วยท่าศวาสนะ

สำหรับอาสนะที่โต๊ะทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาปวดคอและไหล่เป็นประจำจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง หรือที่แพทย์เรียกว่า อาการ The Office Syndrome ก่อนจะแนะนำอาสนะ ขอให้คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้เสียก่อน

โต๊ะทำงานวางคอมพิวเตอร์ในระดับที่พอดีหรือไม่ เก้าอี้ควรมีหมอนรองก้น 1 ใบ และหมอนพิงหลัง 1 ใบ เป็นการบังคับให้คุณนั่งตัวตรง
ไม่ควรนั่งไขว้ขา แต่ควรวางเท้าราบกับพื้น หรืออาจนำเก้าอี้เล็กๆ สักตัวมารองเท้า
ทุกๆ 15-20 นาทีให้ยืดหลัง แอ่นอก แหงนหน้ามองเพดานอย่างช้าๆ พร้อมหายใจเข้าลึกๆ
จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ ระหว่างงาน ซึ่งควรเป็นน้ำเปล่า ไม่ใช่ชาหรือกาแฟ
และขณะพักการทำงาน คุณยังสามารถบริหารต้นคอด้วยการหายใจเข้า เงยหน้าขึ้นมองเพดาน ยกไหล่ขึ้น หายใจออกแล้วค่อยๆ ก้มศีรษะลงมองพื้น และกลับมายังจุดเดิม

วิธีที่สอง วางคอให้ตรง หายใจเข้า เมื่อหายใจออกให้หันหน้าไปทางซ้ายช้าๆ แล้วหันกลับ หายใจเข้า คอตรง หายใจออก แล้วหันหน้าไปทางขวาช้าๆ หันกลับ จากนั้นทำท่าเดิมแต่เปลี่ยนเป็นการเอียงคอ และบริหารมือ แขน และไหล่ด้วยการประสานนิ้วมือทั้งสองวางไว้ระหว่างอก พลิกฝ่ามือออก หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ พร้อมเหยียดแขนและยกขึ้นเหนือศีรษะ ยืดหลังให้ตรง นิ่งไว้สักครู่ นับ 1-3 ในใจ

เริ่มจากเช้าวันพรุ่งนี้ ที่คุณจะให้โยคะเป็นวิถีแห่งการดูแลสุขภาพสำหรับสาวทำงานสมัยใหม่อย่างคุณกันได้เลย

คัดจากคอลัมน์ ask the expert นิตยสารโยคะ เจอร์นอล ไทยแลนด์ ฉบับ ม.ค./ก.พ.2550, มี.ค./เม.ย.2550 และ พ.ค./มิ.ย.2551 โดยครูหนู ชมชื่น สิทธิเวช พบกับครูหนูได้ในงาน Thailand Yoga Conference 2008 วันที่ 1-2 พฤศจิกายนนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.yogajournalthailand.com


แก้ไขวันที่ 14/11/2551
ข่าวเด่นวันนี้





แก้ไขวันที่ 23/03/2552
เกี่ยวกับชมรมทรูบาสเกตบอล (True Basketball Club)
คลิ๊กเพื่อดูขนาดจริง เป็นชมรมที่จดทะเบียนไว้กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เมื่อปี พ.ศ.2546 ซึ่งคุณไพโรจน์ รัตนอวยชัย เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งชมรม โดยคุณทรงพล ศุภชลาศัย เป็นที่ปรึกษากิติมศักดิ์ เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับกีฬาบาสเกตบอล แก่เพื่อนพนักงานบริษัทในเครือทรูฯ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้คือ

1. ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรภายในหน่วยงาน ทั้งบริษัทในเครือทรูฯ และเครือเจริญโภคภัณฑ์

2. แข่งขันกีฬาบาสเกตบอลเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับหน่วยงานภายนอก และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร


3. ส่งเสริมความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ความมีน้ำใจนักกีฬา และการทำงานเป็นทีม

กฏ , กติกา และมารยาทของชมรมทรูบาสเกตบอล

1. สมาชิกชมรมฯ จะต้องเป็นสมาชิกที่เป็นบุคลากรภายในหน่วยงาน ทั้งบริษัทในเครือทรูฯ และเครือเจริญโภคภัณฑ์


2. สมาชิกชมรม จะต้องมีน้ำใจนักกีฬา ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับชมรม หรือกับบริษัทในเครือทรูฯ และเครือเจริญโภคภัณฑ์

3. สมาชิกชมรมฯ จะต้องช่วยเหลือซึ่งกัน และกัน มีความสามัคคีกัน รวมถึงช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกในชมรมให้เกียรติซึ่งกัน และกัน รวมถึงให้ความเคารพสมาชิกในทีมที่อาวุโสกว่า โดยถือเป็นพี่น้องกัน



การสมัครเข้าชมรม

สามารถสมัครสมาชิกชมรมโดยไม่เสียค่าแรกเข้าแต่จะมีค่าบำรุงรายเดือน เดือนละ 100 บาท ซึ่งเป็นค่าใช่จ่าย ที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมของชมรม โดยจะมีการแจ้งยอดรายรับรายจ่ายไม่เกินวันที่ 10 ของทุกเดือน


แก้ไขวันที่ 03/07/2551
"แค่คลิก คุณอาจช่วยเหลือชีวิตใครสักคนได้"
"ที่เราได้มาพบกันในวันนี้ เพราะเราต่างมีความรักที่จะมอบให้กับเพื่อนมนุษย์ทุกคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ 
เพื่อให้ทุกๆ คนได้มีส่วนร่วมในการเป็นผู้ให้ และหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับคนในสังคม HelpLink.net พร้อมแล้วที่จะเป็นสื่อกลางให้เกิดปาฏิหาริย์แห่งความช่วยเหลือ"
แม้นเราจะไม่ได้ช่วยเหลือด้วยแรงกาย และกำลังทรัพย์ แต่เราสามารถช่วยเหลือด้วยใจ
กำหนดลงไปที่ปลายนิ้ว "แค่คลิก คุณอาจช่วยเหลือชีวิตใครสักคนได้" เพื่อหยิบยื่นการเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ

http://www.helplink.net

แก้ไขวันที่ 23/07/2551
มาเล่นบาสกันเถอะ ตอน เส้นทางสู่ทีมชาติ
คลิ๊กเพื่อดูขนาดจริง นักบาสเกตบอลทุกคนย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าความต้องการที่จะไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งการเป็นทีมชาติเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิตนักบาสเกตบอล

จะเดินบนเส้นทางใดจึงจะถึงเป้าหมายที่ต้องการ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจวิธีการคัดเลือกนักบาสเกตบอลที่มีฝีมือให้เป็นผู้เล่นทีมชาติ ซึ่งสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย จะมอบหมายให้สตาฟฟ์โค้ชทำหน้าที่คัดเลือกจากผู้เล่นที่แสดงผลงานได้ดีในการแข่งขันถ้วยต่างๆ ของสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย

ดังนั้นนักบาสเกตบอลที่ต้องการจะเป็นผู้เล่นทีมชาติไม่ว่าทีมหญิงหรือทีมชายจะต้องโชว์ฝีมือให้เห็นอย่างโดดเด่นในการแข่งขันถ้วยพระราชทานประจำปี

มีคำถามว่า ทำไมต้องคัดเลือกผู้เล่นที่มีผลงานโดดเด่นในการแข่งขันถ้วยพระราชทานประจำปี

คำตอบก็คือ ถ้วยพระราชทานเป็นถ้วยแห่งเกียรติยศสูงสุดของประเทศ เป็น ถ้วยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้ทีมชนะเลิศของการแข่งขันประจำทุกปี ดังนั้นยอดนักยัดห่วงจากทั่วประเทศจะมารวมกันเพื่อแย่งชิงถ้วยพระราชทานอันล้ำค่านี้

การสรรหาผู้เล่นทีมชาติในการแข่งขันถ้วยพระราชทานประจำปีจึงได้ผู้เล่นที่มีฝีมือที่สุดของประเทศ

มีคำถามอีกว่า ทำอย่างไรจึงจะได้ลงแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน

ถ้วยพระราชทานมีอยู่ 3 ถ้วย คือ ถ้วยพระราชทานชาย ข ถ้วยพระราชทานชาย ก และถ้วยพระราชทานหญิงทั่วไป

ถ้านักบาสเกตบอลประเมินตัวเองว่ามีฝีมือดีพอสามารถรวบรวมสมัครพรรคพวกส่งเข้าแข่งขันได้

แต่การจะก้าวเข้าไปเล่นในระดับถ้วยพระราชทานนั้นไม่ง่ายนัก ถ้าไม่มีการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธีจากผู้ฝึกสอนที่มีฝีมือ และไม่ผ่านสนามเล็กๆ มาก่อนจะถูกถลุงอย่างยับเยินในการแข่งขันถ้วยพระราชทาน

นักบาสเกตบอลชายและหญิงจะไต่เต้าจากสนามการแข่งขันเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย สนามสำนักงานพัฒนาการกีฬาและสันทนาการ สนามการแข่งขันเยาวชนแห่งชาติ หรือสนามซึ่งจัดการแข่งขันโดยเอกชน ซึ่งสนามเหล่านี้จะสร้างเสริมประสบการณ์การแข่งขันให้นักบาสเกตบอลที่เริ่มเล่น

หลังจากมีประสบการณ์ในสนามเหล่านี้ อายุก็สูงขึ้นซึ่งไม่สามารถลงเล่นได้ในระดับเยาวชน จะลงเล่นในระดับประชาชนชาย ค หรือระดับที่จำกัดอายุสำหรับทีมหญิง

นักบาสเกตบอลที่มีฝีมือจะฉายแววดาราตั้งแต่ในระดับเยาวชน แต่บางคนที่ไม่ฉายแววในระดับเยาวชนอาจจะโดดเด่นในระดับถ้วยประชาชนชาย ค หรือถ้วยพระราชทานชาย ข ก็เป็นได้ ถ้าทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมและมีวินัยในการควบคุมความประพฤติของตัวเองให้อยู่ในกรอบของนักกีฬาที่ดี

นักบาสเกตบอลที่มีฝีมือจะถูกสโมสรเชิญไปเป็นผู้เล่นสโมสรและลงแข่งขันในถ้วยพระราชทานชาย ก หรือถ้วยพระราชทานหญิงทั่วไป นั่นหมายความว่าโอกาสของการเป็นนักบาสเกตบอลทีมชาติกำลังจะมาถึง

ท่านใดที่มุ่งมั่นจะเป็นนักบาสเกตบอลทีมชาติมีโอกาสเสมอถ้า ทุ่มเทให้กับชีวิตบาสเกตบอล



Credit www.komchadluek.net


แก้ไขวันที่ 26/06/2551
มาเล่นบาสกันเถอะ
คลิ๊กเพื่อดูขนาดจริง โดย อ.ชัยนันท์ วงศ์มีพันธ์

การเล่นบาสเกตบอลให้เก่ง นอกจากจะรับวิชาและฝึกซ้อมตามคำสอนของผู้ฝึกสอนแล้ว ยังต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย โดยติดตามชมการแข่งขันและจดจำวิธีการเล่นของดาราที่เล่นได้โดดเด่นในตำแหน่งเดียวกับที่เราเล่น เพื่อนำเอาวิธีการเล่นนั้นมาฝึกซ้อมให้เกิดความชำนาญ จะทำให้เพิ่มขีดความสามารถได้สูงขึ้น

ผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ ควรจะดูการเล่นของเซ็นเตอร์ดังๆ ใน เอ็นบีเอ เช่น ชาคีล โอนีล, เหยา หมิง, ทิม ดันแคน เป็นต้น

ถ้าเล่นในตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ด ต้องดู โคบี้ ไบรอันท์, อัลเลน ไอเวอร์สัน, เลบรอน เจมส์ เป็นต้น

วิธีดูการแข่งขันบาสเกตบอลนั้นไม่ใช่เห็นเพียงลูกบอลที่ลอยไปลอยมา จะต้องเห็นลักษณะท่าทางต่างๆ ของผู้เล่นทั้ง 10 คนในสนามด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ครอบครองบอลและผู้ที่ได้รับบอล

ต้องเห็นว่าขณะที่บอลเดินทางจากด้านบอลรุกมายังด้านบอลไม่รุก มีการชิงที่เกิดขึ้นระหว่างโพสต์ล่างอย่างไร โพสต์ล่างทีมรุกมีลักษณะท่าทางอย่างไรในการชิงที่เพื่อขอบอล และโพสต์ล่างทีมป้องกันใช้ลักษณะท่าทางอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เสียตำแหน่งการป้องกันการขอบอล

เป็นการต่อสู้กันระหว่างเซ็นเตอร์ที่อยู่ในตำแหน่งโพสต์ล่างทั้งสองทีม ถ้าใครพลาดก็เสียโอกาส

ถ้าเซ็นเตอร์ทีมรุกชิงที่ได้และได้รับบอล จะต้องมองเห็นว่าเซ็นเตอร์ทีมรุกที่ครอบครองบอลมีวิธีเล่นอย่างไร หันหน้าเข้าหาห่วงแล้วกระโดดยิง หรือหลอกแล้วจึงกระโดดยิง หรือหลอกจะหมุนเข้าด้านซ้ายและพลิกกลับแล้วหมุนเข้าด้านขวา

ต้องดูให้เห็นด้วยว่า ใช้เท้าใดเป็นเท้าหลัก และก้าวเท้าไม่หลักอย่างไรแล้วจึงเลี้ยงบอลเพื่อยกเท้าหลักก้าวตามเพื่อหลีกเลี่ยงการวอร์คกิ้ง

ถ้าเล่นในตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ดและจับตาดูการเล่นของ โคบี้ ไบรอันท์ ต้องดูการตัดสินใจให้บอลหรือเลี้ยงเข้าหาห่วง หรือยิง ซึ่งลักษณะท่าทางขณะที่เล่นลูกต่างๆ เหล่านี้เป็นลักษณะท่าทางที่จะต้องจดจำและนำไปลอกเลียนแบบ

การส่งบอลให้โพสต์ล่างของ ไบรอันท์ ทำอย่างไร ให้โดยส่งบอลกระดอนพื้นหลังจากหลอกจะส่งบอลข้ามศีรษะ หรือตัดสินใจส่งบอลเฉี่ยวหูผู้ป้องกัน

ลักษณะท่าทางขณะนั้นของ ไบรอันท์ เป็นอย่างไร ย่อต่ำ เท้าซ้ายเป็นเท้าหน้าและบังบอล และก้าวเท้าขวาไปยังทิศทางที่จะส่งแล้วส่งบอลทันที

เมื่อใส่ใจดาราแล้วจะต้องดูให้เห็นอย่าง "คม ชัด ลึก" ว่า ลักษณะท่าทางของดาราผู้นั้นเป็นอย่างไร จำให้แม่น แล้วนำไปฝึกในเวลาว่างหลังจากการซ้อมที่ไม่มีผู้ฝึกสอนควบคุมการฝึกซ้อม

หรือถ้าดาราในดวงใจเป็นดารายัดห่วงชายชาวไทย เช่น ปราโมทย์ จันทร์นิยม, ดีลิป ราย, ชัยณรงค์ สุนทรียภาส หรือ ดาราดาวรุ่งที่กำลังพุ่งแรง ชัยวัฒน์ แกดำ, ทรงกิต ทองพูล, ปริญญา จินตนสถิตย์, ปรัชญา เครือทิวา หรือดาวรุ่งทีมหญิงเช่น นฤมล บ้านหมู่ และฝาแฝด ปวีณา และ เปรมวดี กระตุกฤกษ์

ใส่ใจดาราเหล่านี้ต้องไปดูบาสชิงถ้วยพระราชทาน ก.ประจำปี รับรองว่าได้ประทับใจดาราดังๆ แน่

Credit www.komchadluek.net


แก้ไขวันที่ 26/06/2551
มาเล่นบาสกันเถอะ ตอน เริ่มต้นอย่างไร ?
คลิ๊กเพื่อดูขนาดจริง โดย อ.ชัยนันท์ วงศ์มีพันธ์

การจะก้าวไปสู่การเป็นนักบาสทีมชาติต้องใช้เวลา 6-8 ปี เดินบนเส้นทางนักบาส เริ่มฝึกหัดเล่นจนกระทั่งกลายเป็นผู้เล่นทีมชาติ

ท่านผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกหลานนักบาสเดินไปถึงเป้าหมายที่วางไว้จะเริ่มต้นอย่างไร ?



วงการยัดห่วงไทยไม่มีโรงเรียนสอนบาสเกตบอลโดยเฉพาะ ไม่มีหลักสูตรสอนบาสเกตบอลในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและโรงเรียนกีฬา หลักสูตรสอนบาสเกตบอลมีสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 เท่านั้น

จึงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจมากที่จะผลิต นักบาสจำนวนมาก ที่มีทักษะพื้นฐานดีในวัย 12 ปีขึ้นไป

ในเมื่อไม่มีโรงเรียนสอนบาสโดยเฉพาะ มีหลักสูตรสอนในระดับมัธยมเท่านั้น แต่ไม่ทำทีมส่งเข้าแข่งขันรายการต่างๆ ก็ไม่สามารถสร้างนักบาสที่มีความสามารถได้

บาสเกตบอลแม้ว่าจะเล่นเพียงคนเดียวก็เล่นได้อย่างสนุก เพราะสามารถตั้งเป้าหมายไว้และพยายามทำให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งเป็นการแข่งขันกับตัวเอง เช่น การยิงลูกโทษ การยิงลูก 3 คะแนน หรือการเลย์อัพให้ลงห่วงภายในเวลาที่กำหนด



การแข่งขันกับตัวเองดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถสร้างประสบการณ์ในการเล่นเป็นทีมได้ ดังนั้นนักบาสที่ต้องการจะก้าวไปสู่ระดับทีมชาติจะต้องสังกัดในทีมโรงเรียนที่มีมาตรฐานในการทำทีม คือมีนโยบายสร้างทีมบาสเกตบอล มีผู้ฝึกสอนที่มีฝีมือ มีการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องและมีแบบแผน มีสวัสดิการให้นักกีฬาและส่งเข้าแข่งขันรายการต่างๆ

โรงเรียนที่สร้างทีมหญิงที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดมีไม่มากนัก เช่น ร.ร.สตรีนนทบุรี, ร.ร.วัดน้อยนพคุณ, ร.ร.สุเหร่าคลองจั่น, ร.ร.พระหฤทัยคอนแวนต์, ร.ร.จุฬาภรณ์ (ชลบุรี), ร.ร.พยุหะคีรี (นครสวรรค์), ร.ร.สตรีอ่างทอง (อ่างทอง), ร.ร.ปักธงชัยประชานฤมิตร (นครราชสีมา) เป็นต้น

โรงเรียนที่สร้างทีมชายมีจำนวนมากกว่าโรงเรียนที่สร้างทีมหญิง เช่น ร.ร.ทิวไผ่งาม, ร.ร.กรุงเทพคริสเตียน, ร.ร.สตรีวิทยา 2, ร.ร.เทพศิรินทร์, ร.ร.สายปัญญารังสิต, ร.ร.อัสสัมชัญนครราชสีมา, ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว เป็นต้น

สำหรับเด็กหญิงจะไม่มีการแข่งขันสูงนัก หมายถึงถ้าจะพาลูกหลานที่มีหน่วยก้านดี มีความแข็งแรงและต้องการเล่นสูง อาจจะเข้าโรงเรียนเหล่านี้ได้เลยโดยไม่ต้องมีการคัดเลือก ยกเว้นอาจจะมีผู้สมัครจำนวนมากสมัครเข้าเรียนในปีนั้น

แต่จะมีการแข่งขันสูงมากในกลุ่มเด็กชาย เพราะมีจำนวนผู้สนใจเล่นบาสค่อนข้างมาก ดังนั้นเด็กชายที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนดังกล่าวข้างต้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทักษะพื้นฐานเฉพาะตัวและทักษะพื้นฐานการเล่นเป็นทีมที่ดี อาจจะมีการคัดเลือกเพราะผู้สมัครเข้าเรียนมีจำนวนมากกว่าจำนวนที่ต้องการ

จึงมีคำถามอีกว่า ก่อนจะมาคัดเลือกจะปูพื้นฐานอย่างไร ?

ผู้ปกครองคงต้องแสวงหาสนามบาสที่มีเยาวชนเล่นกันอย่างคึกคักในช่วงเวลาเย็น พาเด็กไปเข้ากลุ่มเล่น หาอดีตนักบาสที่มีใจรักการถ่ายทอดเป็นผู้แนะนำให้ และผู้ปกครองคงต้องช่วยแนะนำและให้กำลังใจ


Credit www.komchadluek.net



แก้ไขวันที่ 26/06/2551
Copy Right by : TRUE Digital Entertainment CO,. LTD